post:

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด

GiGS 2013年6月号DIR EN GREY:Shinya「ドラムモンスター」Act12



DIR EN GREY - SHINYA DRUM MOSTER


GiGS 2013年6月号のDIR EN GREY

Kyo - TATTOO TRIBAL vol.54




『TATTOO TRIBAL vol.54』cover photoshoot 


credit : a-knot 

The Guitar Mag September 2009 Vol.40 426

Let’s Love
Dir en grey (ตอนจบ)


ตอนจบมาแล้วจ้า


ในปีเดียวกันพวกเขาก็เปิดเว็บไซต์วงในส่วนทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการ ก่อนจะตามมาด้วยผลงานอัลบั้มแห่งปี Withering to Death

งานเพลงอัลบั้มนี้พวกเขาเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมากขึ้นด้วยการสามารถเข้าไปสู่อันดับที่ 31 ของอัลบั้มชาร์ตฟินแลนด์ ขณะที่ซิงเกิ้ล Cleaver Sleazoid กระโดดขึ้นไปที่อันดับ 15 ซิงเกิ้ลชาร์ตของฟินแลนด์เช่นกัน หลายเพลงของ Dir en grey ถูกนำไปใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ Death Trance

กระแสความนิยมในตัวพวกเขามีมากขึ้นเมื่อในปี 2006 พวกเขาทัวร์อเมริกาทั้งในเท็กซัส (South by Southwest festival) นิวยอร์กและแคลิฟอร์เนียร์ และเป็นอีกครั้งที่บัตรคอนเสิร์ตของพวกเขา Sold Out ในเวลาไม่กี่วัน ทำให้พวกเขาเป็นที่จับตามองจากนิตยสารดนตรีและถูกพูดถึงอย่างมาก

แต่หลังจากทัวร์หลายครั้งและเล่นเมศกาลดนตรีในเยอรมนีช่วงฤดูร้อน Kyo ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง เพราะเส้นเสียงอักเสบถึงขั้นต้องผ่าตัด ทำให้คอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดในญี่ปุ่น 2 ครั้งจำต้องเลื่อนไปซึ่งไม่น่าแปลกเพราะดูจากสไตล์การร้องของ Kyo นั้นก็ไม่น่าจะอึดหรือทนทายาดเท่าใดแล้วยิ่งช่วงหลังหันไปร้องแบบสครีโมอีกและที่สำคัญ พวกเขาก็ไม่เคยหยุดพักการเล่นคอนเสิร์ตและนั่นคือชนวนของเส้นเสียงที่มีปัญหาของ Kyo

แต่ถึงกระนั้น คนที่แอนตี้และแฟนเพลงที่รับความเปลี่ยนแปลงด้านแนวเพลงและสไตล์การร้องของเขาไม่ได้ มองประเด็นนี้ว่า ที่ Kyo ผ่าตัดเส้นเสียงนั้นก็เพื่อเปลี่ยนเสียงแบบที่ตัวเองและตลาดใหญ่ต้องการ

หลังการรักษาเรียบร้อย พวกเขาก็ยังคงร่วมทัวร์ Family Values ของ Korn จนเดือนตุลาคมพวกเขาก็กลับญี่ปุ่นเพื่อเล่นงาน Loud Park ร่วมกับวงดังหลายวงอาทิ Megadeth, Slayer, Children of Bodom และในเดือนพฤศจิกายนก็ส่งซิงเกิ้ล Agitated Scream of Maggots ออกมาระหว่างที่ทัวร์คอนเสิร์ต Inward Scream ที่ญี่ปุ่น ก่อนที่ MV เพลง Saku จะถูกโหวตให้เป็น MV อันดับ 1 แห่งปีในรายการ MTV2

กุมภาพันธ์ 2007 พวกเขารุกตลาดอเมริกาเหนือด้วยการทัวร์ 7 เมืองหลักพร้อมปล่อยอัลบั้มที่ 6 The Marrow of a Bone ในญี่ปุ่นก่อนที่เดือนถัดมาปล่อยที่อเมริกาและยุโรป

ใน The Marrow of a Bone พวกเขายังคงเอกลักษณ์เดิมไว้ แต่ได้พัฒนาไปในรูปแบบใหม่ซึ่งแลดูเหมือนเอาใจตลาดอเมริกาและยุโรปมากขึ้น แต่ฐานเจ-ร็อค ที่ติดตามมาตั้งแต่ต้นก็ยังเหนียวแน่นอยู่

ในเดือนพฤศภาคม-กรกฎาคม พวกเขาได้เป็นวงเปิดให้ Deftones ในทัวร์ที่อเมริกา รวมถึงเดบิวท์ไลฟ์ของพวกเขาในเดนมาร์ก, ฟินแลนด์, โปแลนด์, สวีเดน, อังกฤษและอีกหลายงานในทวีปอื่นๆ อย่าง Ankkarock, M’era Luna Festival, Wacken Open Air

เดือนกันยายน หลังซิงเกิ้ล Dozing Green พวกเขาออกทัวร์ต่างประเทศอีกครั้ง โดยเริ่มที่ญี่ปุ่น ต่อด้วยยุโรป แล้วไปเล่นสดครั้งแรกในเนเธอร์แลนด์และสวิตเซอร์แลนด์

ปลายเดือนพฤศจิกายน Dir en grey เป็นวงเปิดให้ Linkin Park ในคอนเสิร์ตที่ Saitama Super Arena ทั้ง 2 รอบ ตามด้วยทัวร์ญี่ปุ่นอีกครั้งเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีของวง หลังจากนั้นงานเพลงฮิตก็ตามหลังมาในเดือนธันวาคมใช้ชื่ออัลบั้มว่า Decade 1998-2002 และ Decade 2003-2007

ต้นปี 2008...  Dir en grey ประกาศแผนจะทำเพลงอัลบั้มใหม่ออกมาก่อนที่พวกเขาจะเริ่มทัวร์อีกครั้งในเดือนพฤษภาคม

คืนวันที่ 4 พฤษภาคม พวกเขาได้ร่วมรำลึกการจากไปของ Hide แห่ง X-Japan ในงาน Hide Memorial Summit พร้อมกับ X-Japan, Luna Sea และอีกหลายวง

ทัวร์ญี่ปุ่นครั้งที่ 2 เริ่มในวันที่ 10 กันยายน ใช้ชื่อว่า Tour 08 The Rose Trims Again ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันวางซิงเกิ้ล Glass Skin ด้วย

เดือนสิงหาคม Dir en grey ออกอัลบั้มที่ 7 : Uroboros วางขายที่ญี่ปุ่นก่อนที่จะวางที่อเมริกาในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งระหว่างนี้  Dir en grey ก็ทัวร์ตลอดทั้งในอเมริกาและแคนาดาเพื่อโปรโมทอัลบั้มร่วมกับกำหนดการในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมที่กำหนดการออกวางขายอัลบั้มตรงกับการแสดงใน The Human Abstract พอดิบพอดี ในช่วงนั้น Dir en grey ทัวร์หนักขึ้น ประกอบด้วย 4 รอบในชื่อ Bajra 2 รอบสำหรับแฟนคลับโดยเฉพาะ และอีกหนึ่งคอนเสิร์ตใหญ่ Uroboros-Breathing ในปลายเดือนธันวาคม ณ Osaka-jo Hall สถานที่จัดคอนเสิร์ตที่พวกเขาไม่ได้กลับมาเล่นอีกเลยนับตั้งแต่ธันวาคม 1999

ต้นปี 2009 ที่ผ่านมา Dir en grey เริ่มต้นทัวร์ครั้งแรกในอังกฤษ และ Relentless Tour ’09 ในไอร์แลนด์ โดยร่วมกับนิตยสารดนตรีรายสัปดาห์ Kerrang! โดยเล่นกับหลายวง อาทิ Mindless Self Indulgene, Bring Me The Horizon, Black Tide และ Case Of Fire

เดือนกุมภาพันธ์ Dir en grey ประกาศเกี่ยวกับผลงาน DVD คอนเสิร์ติ Tour 08 The Rose Trims Again ที่ออกวางจำหน่าย พร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยการเปลี่ยนต้นสังกัดดูแลในยุโรปเป็น Okami Records ซึ่งเป็นค่ายที่พวกเขาตั้งขึ้นเพื่อดูแลกิจกรรมต่างๆ ในยุโรปเองไม่ว่าจะ DVD คอนเสิร์ตในยุโรปหรือการไปเล่นในเทศกาลดนตรีต่างๆ ที่กำลังจะมีเร็วๆนี้ อาทิ Rock an Ring – Rock im Park หรือครั้งแรกใน Download Festival

ใครอยากรู้จัก Dir en grey มากขึ้นก็หางานมาฟังกันดู เผื่อจะถูกหูถูกใจ และเข้าใจสิ่งที่พวกเขาเป็น สิ่งที่เขาแสดงและพยายามสื่อออกมา จะได้รู้ว่า Dir en grey เป็นมากกว่าวง J-Rock ธรรมดาๆ อย่างที่ใครๆ พูดกัน


จบแล้วจ้า ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะจ๊ะ ^^

The Guitar Mag August 2009 Vol.40 425

Let’s Love
Dir en grey (ตอนแรก)



เป็นบทความจากนิตยสาร The Guitar Mag ในคอลัมน์ Let’s Love ซึ่งได้กล่าวถึง Dir en grey โดยนำเสนอเนื้อหาต่อเนื่องกันสองฉบับ ขอเริ่มที่ฉบับแรกก่อนนะคะ


ถ้าจะพูดถึงวงดนตรี J-Rock ที่เริ่มต้นและเติบโตจนได้รับความนิยมทั้งในประเทศบ้านเกิด แถบเอเชียจนถึงฝั่งยุโรปและอเมริกาในช่วง 10-12 ปีที่ผ่านมาเห็นทีคอเพลงเจร็อคน้อยคนนักที่จะบอกว่าไม่รู้จักวง Dir en grey วงดนตรีที่มีแนวเพลง ความสามารถ และการนำเสนอที่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่สุด ไปทำความรู้จักกับ Dir en grey วงดนตรีเจร็อคที่มีดีกรีอินเตอร์วงนี้กันเลยดีกว่า

Dir en grey (เดอร์ ออง เกรย์) อ่านออกเสียงแบบญี่ปุ่นว่า Diru an gurei (ดิรุ อัน กุเรอิ) คำนี้มาจากการรวมกันของสามภาษาคือ เยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษ ซึ่งแปลว่าเหรียญสีเทา ชื่อของกลุ่มศิลปินแนว เมทัล ร็อค ของญี่ปุ่น เริ่มก่อตั้งวงเมื่อปี 1997 จากการเป็นวงอินดี้ที่ชื่อ La:Sadie’s โดยประกอบด้วยสมาชิกทั้งสี่คนได้แก่ Kyo (จริงๆ แล้วเขาไม่ได้มีชื่อนี้มาแต่กำเนิด หากแต่เขาไม่ชอบที่จะใช้ชื่อจริงของตัวเองสักเท่าไหร่ และคิดเพียงแค่ชื่อที่เขาจะใช้ในวงการนี้จะต้องเป็นภาษาญี่ปุ่นโดยเป็นคันจิตัวเดียวและได้ออกมาเป็น Kyo ที่เราเรียกกันจนถึงทุกวันนี้นี่เอง), Kaoru, Die และ Shinya ที่ร่วมทำงานเพลงกับ Kizaki มือเบสในยุคแรก ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนซึ่ง Kizaki ได้ออกไปจากวง ทำให้สมาชิกที่เหลือพยายามค้นหามือเบสใหม่จนได้ Toshiya เข้ามาร่วมวงอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ปีนั้น และเริ่มปล่อยผลงานเพลงชิ้นแรก E.P. มินิอัลบั้มในชื่อ MISSA ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อวงมาเป็น Dir en grey โดยคาโอรุเป็นคนเลือกใช้ชื่อนี้ ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือความหลากหลายของตัวภาษานั้นเอง

หลังจากนั้นไม่นาน แม้ว่าพวกเขาจะเข้าสู่สายดนตรีด้วยแนววิชวลร็อคทั่วไป แต่พวกเขาก็ได้รับความสนใจมากขึ้นในปี 1998 ด้วยการที่สามารถส่งผลงานเพลงเข้าไปอยู่ในท็อป 10 ของโอริกอนชาร์ตได้สำเร็จ ทั้งที่พวกเขายังคงทำเพลงในฐานะของวงอินดี้ด้วยเพลง Jealous และ -I’ll- ในช่วงของการเริ่มต้นนี้ Toshiya ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสามารถในการเล่นดนตรีของเขาค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นฝีมือยังไม่ดีพอที่จะร่วมกับวง หรือแม้แต่เล่นได้แย่ไม่มีการพัฒนา แต่ตัวเขาไม่คิดที่จะสนใจ กลับนำเอากระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้นมาเป็นแรงผลักดันและทำให้ทุกคนได้เห็นว่าสิ่งที่เรียกว่าพัฒนาการของเขาอยู่ตรงไหน และสิ่งที่ทำให้ Dir en grey ถูกจับตามองมากยิ่งขึ้นก็เมื่อซิงเกิ้ลถัดมา 5 ซิงเกิ้ล พวกเขามีโอกาสได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คนเก่งของวงการที่พวกเขาเองต่างก็ยกย่องให้เป็นฮีโร่ของตัวเอง Yoshiki แห่งวง X-Japan นี่เอง

ด้วยความที่เป็นวงอินดี้ซึ่งมีอายุเฉลี่ยน้อยกว่าวงอื่นๆ เอกลักษณ์ในการแต่งตัวและนำเสนออิมเมจของวง หากแต่ก็มากความสามารถในเวลาเดียวกัน บวกกับโยชิกิที่มารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ ปลุกปั้นให้วงโดดเด่นและสร้างกระแสฮือฮาได้มากที่สุดด้วยการปล่อยซิงเกิ้ลได้แก่ Akuro no Oka, Zan และ Yurameki ออกวางจำหน่ายในวันเดียวกัน ฝีมือและพัฒนาการด้านดนตรีที่ได้รับการถ่ายทอดและดูแลจากโยชิกิ ทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนเมื่อกลางปี 1999 พวกเขาก็เดบิวท์และออกผลงานอัลบั้มแรก GAUZE ภายใต้สังกัด Firewall Div. ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มส่งผลงานบันทึกการแสดงสดซึ่งเป็นการทัวร์อัลบั้มแรกนี้ออกมาให้ได้ติดตามกัน

ในปี 2000 Kyo นักร้องนำของวงต้องเข้ารับการรักษาด้วยปัญหาการได้ยินเสียงต้องทำให้เลื่อนกำหนดการทัวร์คอนเสิร์ตในอัลบั้มที่สอง Macabre: “Tour 00>>01 Macabre” หลายแห่งออกไป ทำเอาแฟนๆ เป็นห่วงไปตามๆ กัน หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ส่งซิงเกิ้ล Ain’t Afraid to Die ออกมาในเดือนเมษายน ปี 2001, ปีถัดมา ควบคู่กับผลงานอัลบั้มที่สาม Kisou ที่พวกเขาปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกัน พวกเขาเริ่มทำการแสดงคอนเสิร์ตในต่างประเทศเป็นครั้งแรก โดยพวกเขาเริ่มทัวร์กันที่ประเทศจีน ไต้หวัน และเกาหลี ก่อนที่จะกลับมาญี่ปุ่นสิ้นสุดการทัวร์ Rettou Gekishin Angya ครั้งสุดท้ายที่แสนยาวนานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการโปรโมท E.P. มินิอัลบั้มที่สองของวงที่ชื่อ Six Ugly โดยมินิอัลบั้มนี้พวกเขาก็ยังคงดึงดูดความสนใจและสร้างกระแสไปจนถึงเทรนด์ใหม่ๆ ให้กับวงการได้เป็นอย่างดี ทั้งสไตล์การแต่งตัว เสื้อผ้าหน้าผม และแน่นอนที่สุด แนวเพลงสำหรับ Six Ugly นี้ต้องยอมรับว่าแนวเพลงของพวกเขาหลากหลายแต่ยังคงความหนักหน่วงไว้ได้เป็นอย่างดี แถมด้วยเพลงที่มีจังหวะและทำนองสนุกสนานในการเล่นที่รวมเอาไว้ในผลงานชิ้นนี้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้พวกเขาได้แฟนเพลงที่เปิดกว้างมากขึ้น

ในฤดูร้อนปี 2003 Dir en grey สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ ด้วยการจัดคอนเสิร์ต ณ Akasaka Blitz ที่มีธีมมาจากผลงานเพลงในแต่ละอัลบั้ม (ยกเว้นอัลบั้มแรก) ก่อนจะมาเป็นอัลบั้ม Vulgar เป็นระยะเวลา 5 วันติดต่อกัน ในชื่อ Akasaka Blitz ‘5 Days’ แถมยังสร้างความพิเศษให้กับเหล่า [a knot] หรือก็สมาชิกแฟนคลับอย่างเป็นทางการของพวกเขา ด้วยการปล่อยบันทึกการแสดงครั้งนี้ออกมาและสมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถควักกระเป๋าจับจองเอามาไว้ในครอบครองได้ และในเดือนกันยายนก็เป็นเวลาของอัลบั้ม Vulgar ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มต้นทัวร์ที่ยาวนานจนกระทั่งปี 2004

          Dir en grey เริ่มทำการแสดงสดในทวีป ยุโรปเป็นครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นในกรุงเบอร์ลินและปารีสในปี 2005 ด้วยชื่อทัวร์ It Withers and Withers อาศัยเพียงร้านจำหน่ายผลงานเพลงนำเข้าของพวกเขาและการพูดคุยบอกปากต่อปากในโลกอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ที่ทำให้บัตรคอนเสิร์ตของพวกเขาขายหมดโดยไม่ต้องทำการประชาสัมพันธ์ใดๆ ซึ่งพวกเขายังได้ร่วมแสดงดนตรีในเทศกาลดนตรีใหญ่อีกถึงสองงานคือ Rock am Ring และ Rock im Park พวกเขาเข้าใกล้เส้นทางดนตรีระดับนานาชาติมากขึ้นเมื่อในคอนเสิร์ตของพวกเขาที่กรุงปารีสพวกเขาได้วง Eths ของฝรั่งเศสมาแสดงเปิดบนเวทีคอนเสิร์ต และพวกเขายังได้เชิญศิลปินอเมริกัน Wednesda 13 และวงของพวกเขาร่วมในการแสดงหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นด้วย ขณะเดียวกัน Dir en grey ก็ยังคงเดินสายทัวร์ Taste of Chaos หลายแห่งในญี่ปุ่นด้วย เอกลักษณ์อีกหนึ่งอย่างของ Dir en grey ที่มีมาตั้งแต่สมัยเริ่มแรกคือการที่พวกเขาเป็นวงที่แสดงสดได้หนักหน่วงและใส่สุดพลังทุกครั้ง ต่อให้ป่วยไข้แค่ไหนก็จะร้องและเล่นกันให้ตายไปข้าง นอกจากนี้ยังดิบเถื่อนสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเคียวที่กี่ครั้งก็ยังคงชอบใช้เล็บจิกข่วนตามร่างกายและแผ่นอกอย่างบ้าคลั่ง ใช้ไมโครโฟนทุบอกดังอัก หรือแม้แต่ตะบันหน้าตัวเองจนเลือดท่วม หากแต่นั่นเองที่ยิ่งเป็นตัวสื่อให้อารมณ์และการร้องของเคียวเป็นไปอย่างที่ตัวเองชื่นชอบโดยที่ไม่ห่วงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้นเลย และในการแสดงที่กรุงเบอร์ลินและปารีสพวกเขาก็ยังคงเรียกความดิบเถื่อนออกมาได้แบบไม่ตกหล่น ทำเอา แฟนเพลงต้องจดจำเขาไปอีกนาน



เดี๋ยวตอนจบจะตามมาทีหลังนะจ๊ะ ^_^

Massive 8

scans by http://deidrichenstein.tumblr.com/ 

ขออนุญาตเจ้าของมาแปะรูปแปะลิงค์เรียบร้อยแล้ว เป็นคนที่น่ารักมากจริงๆ ขอบคุณมากๆเลยจ้า ^^

Thanks a lot :D

ตามไปสูบที่ลิ้งค์ข้างล่างเลย



 โหลด>> Massive 8

Kyo Dir en grey

"ยังไงก็ตามพวกแฟนคลับเก่าๆที่ไม่ชอบเพลงของพวกเราในปัจจุบัน แต่ก็ยังตามไปดูไลฟ์ของพวกเราเพราะว่า พวกเขาแค่ชอบในภาพลักษณ์ภายนอกของพวกเรา ผมคิดว่าพวกเขาอย่ามาเลยดีกว่า"

Former Band



Kyo
Former Band >> Gesshoku - Masquerade - download

Die
Former Band >>Ka-Za-ri - download


Toshiya
Former Band >> D+L - download


ใครยังไม่เคยฟังเพลงเก่าๆของพวกพี่ท่านลองโหลดไปฟังดูนะ :) thank you for all of my friends

Popular Posts

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. DIR EN GREY THAILAND FAN CLUB - All Rights Reserved
Template Modify by Creating Website
Proudly powered by Blogger